Black Ribbon

10 สมาคมเหล็กยื่นนายกฯ-รมว.อุตฯ ขอคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ปม มอก.เหล็กข้ออ้อย

17 กรกฎาคม 2569
10 สมาคมเหล็กยื่นนายกฯ-รมว.อุตฯ ขอคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ปม มอก.เหล็กข้ออ้อย

รายงานข่าวเผยว่า 10 สมาคมผู้ประกอบการเหล็กไทย และเครือข่ายผู้ประกอบการกว่า 500 บริษัท ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทำหนังสืออีกฉบับถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กข้ออ้อย (มอก.24-25XX) หลังระบุว่ามีพฤติกรรมกดดันและข่มขู่กรรมการผู้พิจารณามาตรฐาน

หนังสือลงนามโดย นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า การยื่นหนังสือมีขึ้นภายหลังคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ร่างมาตรฐาน มอก.24 ฉบับใหม่ กำหนดให้การผลิตเหล็กแท่งสำหรับผลิตเหล็กข้ออ้อยใช้เฉพาะกรรมวิธี Basic Oxygen Furnace (BOF) และ Electric Arc Furnace (EAF) เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยของงานก่อสร้าง และให้สอดคล้องกับมาตรฐานต่างประเทศ

ชี้มีหนังสือกดดันกรรมการ กมอ.

หนังสือระบุว่า ภายหลังการมีมติดังกล่าว สมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ได้ส่งหนังสือถึงกรรมการ กมอ. เป็นรายบุคคล โดยมีข้อความที่ผู้ยื่นหนังสือเห็นว่าเป็นการกดดันและข่มขู่การปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีการระบุว่า หากการลงมติไม่เป็นไปตามกฎหมาย หน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องอาจต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ผู้ยื่นหนังสือเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจทำให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการเกิดความกังวลหรือหวั่นเกรงในการปฏิบัติหน้าที่ และอาจกระทบต่อความเป็นอิสระของกระบวนการพิจารณามาตรฐาน

ยก 4 ปมท้วงร่าง มอก.เหล็กข้ออ้อย

ในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่ม 10 สมาคมฯ ระบุข้อกังวลต่อการจัดทำร่างมาตรฐาน มอก.24 ไว้ 4 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นแรก ระบุว่า ข้อคิดเห็นทางวิชาการของสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า ซึ่งเสนอให้ตัดกระบวนการผลิตด้วยเตา IF ออกจากร่างมาตรฐาน เนื่องจากเห็นว่ามีข้อจำกัดด้านเทคนิคและความสม่ำเสมอของคุณภาพ ไม่ได้รับการพิจารณาอย่างครบถ้วนในชั้นอนุกรรมการ แม้จะมีการทำหนังสือทักท้วงและขอเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการวิชาการแล้วก็ตาม

ประเด็นที่สอง ระบุว่า กระบวนการสรุปมติของคณะอนุกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 84/1 เป็นไปอย่างเร่งรัด โดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วน ทั้งที่ยังมีข้อถกเถียงด้านวิชาการ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเลขานุการคณะอนุกรรมการอาจอยู่ภายใต้แรงกดดันบางประการ

ประเด็นที่สาม กลุ่ม 10 สมาคมฯ โต้แย้งข้ออ้างของสมาคมผู้ประกอบการเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) ที่ระบุว่าการกำหนดมาตรฐานใหม่จะกระทบการแข่งขันและทำให้ราคาเหล็กสูงขึ้น โดยเห็นว่าเป็นการแข่งขันจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า เนื่องจากตัดบางขั้นตอนการผลิตออก และอ้างว่าประเด็นดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในประเทศจีนจนมีการยกเลิกการผลิตเหล็กด้วยเตา IF

ประเด็นที่สี่ หนังสือระบุว่า ข้ออ้างว่ามาตรฐานใหม่จะกระทบต่อราคาสินค้าและการจ้างงานไม่มีเหตุผลรองรับ เนื่องจากผู้ผลิตยังสามารถแข่งขันในสินค้าอื่นได้ และสามารถนำเข้าเหล็กแท่ง (Billet) ที่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศในช่วงการปรับตัว พร้อมเห็นว่าการยกระดับมาตรฐานจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตไทยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและคุณภาพสินค้าในระยะยาว

ชี้มาตรฐานใหม่ยกระดับคุณภาพเหล็ก

หนังสือระบุว่า ร่าง มอก.24 ฉบับใหม่ ช่วยยกระดับข้อกำหนดด้านคุณภาพของเหล็กข้ออ้อยให้สูงกว่ามาตรฐานเดิม ทั้งด้านค่าความต้านแรงดึง การควบคุมสารมลทิน การกำหนดอัตราส่วนคราก การทดสอบความล้า (Fatigue) และกำหนดกรรมวิธีการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานต่างประเทศที่ใช้อ้างอิง

กลุ่ม 10 สมาคมฯ ยังอ้างถึงข้อมูลจากมาตรฐานของญี่ปุ่น จีน อังกฤษ และ ISO รวมทั้งผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเห็นว่าการกำหนดให้ใช้กรรมวิธี BOF และ EAF จะช่วยยกระดับความปลอดภัยของงานก่อสร้าง และสอดคล้องกับแนวโน้มการผลิตเหล็กคุณภาพสูง

โต้ข้ออ้างกระทบราคา-การแข่งขัน

หนังสือยังโต้แย้งข้ออ้างที่ว่า การกำหนดมาตรฐานใหม่จะส่งผลให้ราคาเหล็กสูงขึ้นหรือกระทบการแข่งขัน โดยระบุว่า ผู้ประกอบการยังสามารถแข่งขันในตลาดสินค้าอื่นได้ และผู้ผลิตสามารถจัดหาวัตถุดิบเหล็กแท่งที่ได้มาตรฐานจากตลาดต่างประเทศในช่วงการปรับตัว

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการยกระดับมาตรฐานจะทำให้ผู้ผลิตไทยต้องพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและวัตถุดิบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศในระยะยาว

ขอรัฐคุ้มครองเจ้าหน้าที่-ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ท้ายหนังสือ กลุ่ม 10 สมาคมผู้ประกอบการเหล็กไทย ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สนับสนุนและคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ กมอ. ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขานุการคณะอนุกรรมการวิชาการรายสาขา คณะที่ 84/1 เพื่อให้การพิจารณาร่างมาตรฐาน มอก.24 เป็นไปบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการและประโยชน์สาธารณะ โดยปราศจากแรงกดดันจากกลุ่มผลประโยชน์ พร้อมขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นที่ได้เสนอในหนังสือ และป้องปรามพฤติกรรมที่ผู้ยื่นหนังสือระบุว่าเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.